คือ... Sekai Ichi Hatsukoi เนี่ยใครๆก็รู้ว่าเป็นผลงานใหม่ของ อ.นากามุระ ชุนงิขุ ผู้เป็นอัจฉริยะด้านการ์ตูนวายแนวน้ำเน่าชนิดที่ว่าเน่าจนสุดตรีน แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงบีบหัวใจได้ขนาดนั้น เป็นพรสวรรค์ที่น้อยคนนักจะทำได้เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปแค่แตะปากกากลิ่นคลองแสนแสบอาจจะโชยมาในทันใดก็เป็นได้ คนแบบนี้แหละเจ้าค่ะที่สมควรจะใช้คำว่า"เมพขริงๆ" 

สถานการณ์ความวายในปัจจุบัน :

แปลอังกฤษแบบอ่านออนไลน์ 1 เล่ม + 0.25 %

จิ้ม

แบบสแกนออกมา 3 เล่ม(และ3เล่มมานานแล้วด้วย ไม่ออกใหม่ซักที)

จิ้ม     จิ้ม

ในไทยก็เห็นแปลออกมา 3 เล่มเช่นกัน ในชื่อ"ต้นฉบับสื่อรักนักเขียน"

ประเด็น-ไม่-ได้-อยู่ตรงนั้นค่ะ ...หึ หึ หึ

 

เรื่องของเรื่องก็คือไอ้กระแสการรังเกียจเดียดฉันความวายเข้าไส้เข้ากระดูกดำของผู้ที่อ้างตนว่ามีวุฒิภาวะหลายๆท่านในสังคม(โดยไม่แคร์สื่อใดๆในโลกที่ออกจะแย่งซีนกันเป็นเจ๊ดันกระแสวายนี้อย่างออกหน้าออกตา)ทำให้วรรณกรรมชนิดนี้ต้องมีอาการคล้ายๆกับคำว่า"พิการ" เหตุว่าวงการวรรณกรรมของไทยนั้นยังนับว่าแคบอยู่มาก ที่ว่าแคบนี้ไม่ได้หมายถึงคนน้อยนะแต่หมายถึงพื้นที่แคบ ถึงคนอยากจะเข้าแค่ไหนก็ซุกนิ้วก้อยเข้าไปไม่ได้ ถึงจะมีสำนักพิมพ์หลายๆที่พยายามจะปั้นนักเขียนใหม่ๆขึ้นมาแต่หากไม่ได้รับการส่งเสริมแบบต่อเนื่องก็คงลอยคว้างเหมือนดาวเทียมปลดระวาง(ชะตากรรมช่างเหมือนนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่ชนะรางวัลจากแดนไกล เห่อกันแค่แป๊ปๆ) และเมื่อที่มันมีจำกัดบุคคลากรก็เลยขาดความหลากหลาย การจะเสนอสิ่งใหม่ก็คงทำได้ยาก หรือถ้าอยากจะ"เกิด"กันแล้วล่ะก็...ต้องออกแนวที่เรียกกันว่า"นอกกระแส"ซึ่งจะมาพ้องกันกับการที่กระแสหลักนั้นคนธรรมดาไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปได้ และแน่นอนว่าไอ้คำว่านอกกระแสนี้ย่อมถูกปรายหางตา+เสียง "หึ" แบบขำๆจากผู้ที่อยู่บนหอคอยงาช้างแห่งโลกวรรณกรรม

ไอ้ลำพัง "การ์ตูน" นั้นก่อนหน้านี้ก็เคยถูกปรายสายตาใส่ และก็ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองนานพอควรกว่าจะเป็นที่ยอมรับอย่างในปัจจุบัน

แล้ว "การ์ตูนวาย" น่ะ เมื่อไหร่จะถึงเวลานั้นซักทีครับพี่น้อง

 

ไอ้การที่โลกวรรณกรรมของไทยต่างจากญี่ปุ่นซะขนาดนี้มันต้องกลับไปดูตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหายังไม่กินกล้วยค่ะ เอาแค่วรรณกรรมอีโรติคก็ฮากันแล้วล่ะ เพราะวรรณกรรมอีโรติคของญี่ปุ่นนั้นทำขึ้นมาเพื่อการบันเทิงเพื่อคลายความเครียดของเหล่าประชาชี แต่พี่ไทยนั้นเราจัดทำมาเพื่อจุดประสงค์ที่แสนจะคลุมเคลือ ทั้งที่รู้...แต่ต้องทำเป็นไม่รู้ จะอ่านทีต้องแอบกันแล้วแอบกันอีก มีช่วงหนึ่งมันหายากยิ่งกว่ายาบ้าด้วยซ้ำไป

ไม่จบแค่นั้น...

เมื่อญี่ปุ่นเห็นว่าวรรณกรรมอีโรติคเป็นภัยแก่เยาวชนก็มีการจัดเรต แต่พี่ไทยก็ยังใช้วิธีสมัยพระเจ้าเหาคือ"แบน"ทุกสิ่งที่ขัดหูขัดตา และเหมารวมทุกสิ่งที่อีโรติคว่า"โป๊" ซึ่งได้คำว่าโป๊เนี่ยเหมือนตัวเงินตัวทองที่จริงๆมันก็ไม่ได้มีอะไรหนักหนาแต่ใครๆก็พากันส่ายหน้าไม่รัก"โป๊"กันซักคน

เพราะงั้นไม่ว่าจะเป็นเรต 15+ หรือ 18+ สำหรับพี่ไทยนั้นมีค่าเท่ากัน คือเป็นอะไรที่ต้องแบนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(การจัดเรตการ์ตูนก็เพิ่งมีเมื่อไม่นานนี้เอง จากการที่คนทำการ์ตูนเขาดิ้นรนให้รอดพ้นจากการ"แบน"นี่เอง" ไม่งั้นก็ยังคงหลังเขากันต่อไป โอ้ชีวิต...)

 

ณ บัดนาว อาการดังกล่าวนี้ได้ลุกลามไปถึงสำนักพิมพ์แล้วนะเจ้าคะ เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการถูก"แบน"เพื่อความอยู่รอด แต่ใจนึงก็ยังรักการ์ตูนวาย(ที่ขายได้ดีอย่างเงียบๆ ...จริงนะ ก็ถ้าขายไม่ได้จะพยายามทำกันออกมาทำไมมากมาย) จึงมีการตัดฉากอันไม่สมควรออกไป!!!

โนๆๆ นั่นก็ยังไม่ใช่ประเด็น

เพราะการตัดออกไปนั้นถึงแม้จะเลวร้ายกว่าการเอาตัวหนังสงตัวหนังสือมาบังภาพ มันก็ยังให้อภัยได้ในบางกรณี แต่กรณีของ Sekai Ichi Hatsukoi นี่ขัดใจเหลือเกิน เพราะเขาตัดฉากแบบนั้นออกไปเลย ตัด-ออก-ไป-ทั้งหน้า-เลย

ตัวอย่างฮาๆก็เช่น

หน้าก่อนนั้น... 

พอเปิดมาอีกที

เป็นหน้านี้

 

นี่เป็นฉากจูบที่ถ้าเป็นการ์ตูนทั่วไปคงอ่านกันแบบชิวๆ แต่พี่ไทยก็ตัด

ฉากจูบแค่นี้.....ยังตัด 

บางรูปฉากรูปเล็กๆตรงที่มุมหน้าพี่ข้าฯก็ตัดออก  ปวดกะบาลจริง

คือมันต่างกันมากไหมกับฉากจูบในเรื่องอื่นๆ

อ่ะ อย่าไปเปรียบกันไกล เอาการ์ตูนที่จขบ.เลิฟมากๆเลย D.Gray-man

จูบไม่เต็มใจเหมือนกัน  แต่ก็ไม่เหมือนกัน

???

Holy shit ...ขี้ศักดิ์สิทธิ์เอ๊ยยยยยยย

Thailand only จริงๆ 

 

ความฮาอันต่อมาก็คือ ในเล่มที่ 2 ริสึเห็นเจ้าเหมียวโซราตะที่เพื่อนพระเอกอุ้มก็นึกขึ้นมาได้ว่า "จริงสิ รุ่นพี่(พระเอก)เลี้ยงแมวนี่นา"

ไอ้เราก็เออออไป ไม่คิดเลยว่าไอ้แมวที่เลี้ยงนี่เค้าเล่ามาตั้งแต่เล่ม 1 แล้วครับพี่น้อง เพียงแต่ว่าตอนนั้นมันเรทหลายหน้าเล่มของไทยก็เลย ตัด-ออก-ทั้งตอน เท่านั้นเอ๊งงงงงง!!!!!

โอ.....หม่ายก๊อดดดด มันอาร๊ายยยยชีวิตนี้ ถ้าอิฉันไม่ได้อ่านแบบสแกนในอินเตอร์เน็ตมาจะรู้ไหมว่ามันมีอีกตอนที่สำนักพิมพ์แอบซ่อนไว้ คือ...ฉันให้แกอ่านเท่านี้แหละ อ่านไม่ได้ก็ไปแปลอ่านเอาเองละกัน(เชิดใส่)

(ไม่แคร์ค่ะ เพราะเราจะเชิดตอบ  จิ้ม)

มันคืออะไร?

มันหมายความว่าไง?

บางทีก็คิดว่ามีอ่านก็บุญแล้วว่ะชีวิต แต่เมื่อคิดอีกที...การอ่านแบบนี้มันมีประโยชน์อะไร เพราะที่เราอยากอ่านไม่ใช่แค่การ์ตูนวาย แต่เป็นการ์ตูนวาย"เรื่องนั้นๆ"ต่างหาก มันจะเป็นการดูถูกทั้งคนแต่งและคนอ่านมากไปมั้ยกับการกระทำแบบนี้ ไอ้เรื่อง"ความรู้สึก"ที่คนแต่งอยากสื่อมาถึงคนอ่าน แม้มันจะส่งไปไม่ถึงก็ไม่เป็นไรขอแค่ฉันได้ขาย ได้เงิน ก็เพียงพอแล้วเท่านั้นเหรอ?

ในอีกแง่นึง... ถ้ามันเป็นสิ่งจำเป็นที่สำนักพิมพ์ต้องทำเพื่อจะได้ไม่ถูกพวกที่อยู่บนหอคอยงาช้าง"แบน"แล้วล่ะก็... โลกวรรณกรรมของไทยก็ยังคงอยู่ในภาวะ"สมมุติเทพ"ที่น่าเศร้ากันต่อไป

แล้วก็ไม่ต้องมาโหยไห้ร่ำร้องเมื่อคนรุ่นหลังจะกลายมาเป็นพวก"นอกกระแส"กันมากขึ้น และมากขึ้นทุกๆวัน เพราะโดยนิสัยคนไทยนั้นไม่ยอมอยู่ในโลกที่ตัวเองไม่พึงพอใจอย่างเด็ดขาด จะต้องดิ้นรนไปอยู่ในที่ที่อยู่แล้วมันเย็นกายสบายใจจนได้ในซักวัน

กรณีที่เวิ่นมากกรณีหนึ่งก็คือการตีพิมพ์การ์ตูน"ดั่งดวงหฤทัย"ที่สร้างความไม่พอใจกับเหล่าแฟนภาคนิยายเป็นอย่างมาก อยากถามว่าป้าคะ มันจะแตะต้องไม่ได้เลยใช่มั้ยไอ้นิยายเรื่องนี้ที่ป้าเทิดทูนเนี่ย แต่พอมาคิดอีกที...ป้าคงไม่เคยออกไปดูภายนอกหน้าต่างบ้านที่หนังบางเรื่องเช่น Matrix เนี่ยเขาได้สร้างโลกของแมททริกซ์มีทั้งเวอร์ชั่นภาพยนตร์ มังงะ(การ์ตูน) อนิเมะ เกมส์ ไลท์โนเวล(นิยายเล่มแบบมีภาพประกอป) กระจายไปถึงอินเตอร์เน็ต ฟิกเกอร์(หุ่นจำลองขนาดเล็ก) เลโก้ และเหล่าของเล่นอีกมากมาย

สมมุตินะครับสมมุติถ้าวันนึงดั่งดวงหฤทัยดังไปถึงขั้นนั้น ป้าไม่ต้องกินยาลดความดันวันละหลายๆเม็ดหรือคะ ไหนจะการ์ตูนที่วาดเป็นตาหวานอาโนเนะ(ตาหวานก็ด่า ถ้าหน้าโฉดเป็นไซลาร์ป้าก็คงด่าอีกตามเคย) ไหนจะฟิกเกอร์ที่ออกมาเสื้อผ้าไม่ได้ดั่งใจป้า ฉากในละครก็ไม่เหมือนที่นึกไว้ เกมส์ก็เดินเรื่องผิดไปจากในนิยาย ไม่เป็นไรค่ะ...จิตแพทย์บ้านเราเยอะแยะ

 

 

ถึงกระนั้น ...ก็อย่าได้แคร์

ไม่ว่ายังไงคนไทยก็ "ชิล... "

เพราะจริงๆแล้วชนชาติที่กวนส้นมากที่สุดในโลกก็คือเรานี่เอง สาบานเลยนะว่า85%ของนักเรียนไทยใช้คอมพิวเตอร์เก่งกว่าอาจารย์ที่สอนในโรงเรียน เอ่อ...ไม่ได้ดูถูกนะเจ้าคะ แต่มันเก่งจริงค่ะเก่งกว่าจขบ.อีก เจอมากับตัว นอกจากนั้นแล้วก็คงต้องแล้วแต่ดวงเจ้าค่ะ อย่างในวันนี้เนี่ยคิดว่าดวงจะดีแค่ไหนเจ้าคะ มีดวงได้อ่านตอนที่ตัดออกไปหรือเปล่า? เบิกตาให้กว้าง... ขยับข้อมือทั่วๆ แล้ววววว...คงจะได้อ่านในเร็วๆนี้ล่ะเจ้าค่ะ

 

 

ปล.

ขอขอบคุณความเอิ้อเฟื้อของ Me-O ที่ให้ยืมเวอร์ชั่นไทยมาอ่านฮับ

 

 

 

ขอความวายจงสถิตย์อยู่กับทุกท่านเจ้าค่ะ

CHISE

Comment